วันอาทิตย์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

โปรแกรม FreeMind คืออะไร

FreeMind เป็นโปรแกรม mind map ที่สะดวกในการใช้งาน ด้วยการ fold/unfold ภายในคลิกเดียว และการ link ไปยังไฟล์หรืออินเทอร์เน็ต FreeMind เหมาะสำหรับการจัดการโครงการ โดยแบ่งเป็นงานย่อย, เป็นเนื้อที่สำหรับโครงการโดยการ link ไปยังไฟล์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง, สร้างฐานความรู้, การ brainstorm, เป็นฐานข้อมูลที่มีโครงสร้าง ฯลฯ
ใน FreeMind คุณสามารถท่องไปใน mind map ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการ fold/unfold และการลากพื้นหลังของ map, drag & drop node, text หรือไฟล์จากภายนอก, export map ไปยัง HTML, ค้นหาข้อความ, ใส่ icon หรือสร้าง nodeที่มีข้อความหลายบรรทัด FreeMind ต้องการ Java Runtime Environment คุณสามารถติดตั้ง JRE ถ้าคุณยังไม่มี JRE ในเครื่องของคุณ[ Download File 6.5 Mb ] [ Website ]

การติดตั้งและการใช้งานโปรแกรมบน windows xp
1.download program freemind 0.8
สำหรับวินโดวส์ ftp://ftp.psu.ac.th/pub/freemind/FreeMind-Windows-Installer-0_8_0-max.exe
2.โดยต้องมีโปรแกรม Java runtime ก่อนหากเครื่องยังไม่มีโปรแกรมสามารถไป download ได้ที่ftp://ftp.psu.ac.th/pub/java/j2re-1_4_2_13-windows-i586-p.exe

การทำ Mind Map แต่เดิมเราอาจจะต้องมานั่งวาดในกระดาษ แต่โปรแกรม “Free Mind” นี้จะทำให้ง่ายขึ้นเพราะเป็นซอฟแวร์สำหรับการสร้าง Mind Map นั่นเองค่ะ

ที่โปรแกรม Free Mind ได้รับความนิยมต่างจากโปรแกรมสำหรับการสร้าง Mind Map ตัวอื่นๆ ก็เพราะใช้งานได้ง่ายและมีฟังก์ชั่นสำหรับคนที่ต้องการเขียน Mind Map ได้อย่างครบถ้วน แล้วยังสามารถ แปลงเป็นไฟล์ PDF, PNG หรือแม้แต่ HTML ได้เลย


ก็เลยทำให้ โปรแกรม “Free Mind”  ได้รับรางวัลจากการโหวตของผู้ใช้หลายแห่งทั้ง 2009 Community Choice Award หรือว่าจาก  Life Hacker

ลองดาวน์โหลดไปใช้กันได้ฟรีๆ ที่ http://freemind.sourceforge.net/wiki/index.php


ถ้าเรื่องราวต่างๆ ในสมองเราเรียบเรียงเป็นระเบียบได้เหมือนกับ Site Map ก็คงจะดี แต่ว่า เพราะเป็นไปไม่ได้ นอกเหนือจากการใช้เพื่อการงาน เรื่องของตัวเอง เป้าหมายของเรา บางเรื่องที่เหมือนจะรู้ แต่บางทีก็งงหรือไม่เข้าใจตัวเอง การใช้ Mind Map ช่วยเรียบเรียงเรื่องต่างๆ ในหัว เพื่อรับปีใหม่ เข้าใจตัวเองว่าปีนี้อยากเป็นยังไง ต้องทำอะไร ก็เป็นไอเดียที่ดีเพื่อการเริ่มต้นปีอย่างมั่นใจค่ะ 


รายละเอียดเทคนิคในการเขียน Mind Map มีอยู่หลายข้อ คนที่ต้องการรู้เรื่อง  Mind Map มากขึ้น ลองหาหนังสืออ่านเพิ่มเติมได้ อย่างเช่นหนังสือของ Tony Buzan ผู้คิดค้นเทคนิคนี้ หรือว่าในบ้านเราก็อย่างเช่นของอาจารย์ ธัญญา ผลอนันต์ ลองหาดูกันนะคะ  



แหล่งอ้างอิง


http://en.wikipedia.org/wiki/Mind_map
http://freemind.sourceforge.net/wiki/index.php

http://ejeepss.wordpress.com/2008/05/21/freemind-%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/ 

โปรแกรม PDF Creator คืออะไร...



PDFCreator เป็นโปรแกรม สำหรับสร้างเอกสาร PDF โดยตรง จากโปรแกรม บนวินโดวส์โปรแกรมใดก็ได้ เอกสาร PDF เป็นมาตรฐาน สำหรับสิ่งพิมพ์ อิเล็กทรอนิกส์ เพราะผู้เขียนสามารถ มั่นใจได้ว่าเอกสาร จะสามารถ แสดงออกมาได้ เหมือนกับที่ตั้งใจไว้ บนทุกแพลตฟอร์ม โดยไม่ขึ้นกับว่า ฟอนต์ในระบบของ ผู้อ่านจะเหมือน หรือมีอยู่หรือไม่

เมื่อติดตั้ง PDFCreator เสร็จแล้ว การใช้งานก็เพียงสั่งพิมพ์จากโปรแกรมใดก็ได้ แล้วเลือก "PDFCreator" จากรายการเครื่องพิมพ์ กด "Save" แล้วใส่ชื่อไฟล์ PDF ที่จะเป็น output เท่านี้ก็จะได้ไฟล์ PDF ที่ต้องการ นอกจากนี้คุณยังสามารถใส่ข้อมูลเพื่อจำแนกเอกสาร เช่นหัวเรื่อง วันที่สร้าง และผู้สร้าง PDFCreator มีไดอะลอก Options ให้คุณควบคุมกระบวนการอย่างละเอียด คุณสามารถตั้งความละเอียดและระดับการบีบอัดของไฟล์ต่าง ๆ ควบคุมว่าฟอนต์จะถูกใส่ลงไปอย่างไร และยังมีความสามารถด้านความปลอดภัยเพื่อปกป้องเอกสารของคุณด้วยรหัสผ่าน นอกจาก PDF แล้ว PDFCreator ยังรองรับการ ouput ออกมาเป็น JPEG, PNG, BMP, PCX, TIFF, Postscript 

     การใช้งานแฟ้มแบบ PDF เหมาะสมสำหรับงานที่การแสดงผลให้มีลักษณะเดียวกันกับต้นฉบับ ซึ่งแตกต่างกับการใช้งานรูปแบบอื่น เช่น HTML การแสดงผลของ HTML จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับโปรแกรมเบราว์เซอร์ที่ใช้ และจะแสดงผลต่างกัน ถ้าใช้คอมพิวเตอร์ต่างกัน

PDF ประกอบด้วย 3 เทคโนโลยีหลัก ได้แก่
          - เทคโนโลยีของ โพสต์สคริปต์ (PostScript) ในการจัดวางรูปหน้า ตัวอักษรและรูปภาพ
          - เทคโนโลยีการเก็บฟอนต์ ภายในเอกสาร
          - เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล

โปรแกรมที่สร้างแฟ้ม PDF
          - Adobe Acrobat
          - PDFCreator
          - ไมโครซอฟท์ ออฟฟิต 2007
          - Pdf Creator สร้าง ไฟล์ pdf ผ่านหน้าเว็บ
ทิปการใช้งน PDFCreator

-หลังการติดตั้งโปรแกรม PDFCreator จะมีหลักการเดียวกับโปรแกรม Adobe Acrobat กล่าวคือ จะได้ Printer ตัวใหม่ที่ชื่อว่า PDFCreator
-ดังนั้น การใช้งาน PDFCreator จะรองรับโปรแกรมทุกประเภทที่สามารถสั่งพิมพ์ได้ เพราะว่าเวลาจะแปลงไฟล์เป็น PDF ก็เพียงเลือก printer ที่ชื่อว่า PDFCreator เท่านั้น
-นอกจากนี้การแปลงไฟล์ของ PDFCreator ยังสามารถแปลงไฟล์ทั่วไปเป็นรูปภาพได้ด้วยครับ  เวลาเลือก Save ให้เลือกประเภทไฟล์เป็น รูปภาพ เช่น Jped, Tiff เป็นต้น แทน PDF เท่านั้น 





แหล่งอ้างอิง

วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Winrar มากกว่าการบีบอัดไฟล์

     หลายๆท่านคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วสำหรับ WinRAR แต่ก็คงมีอีกหลายท่าน โดยเฉพาะมือใหม่ไม่ทราบว่ามันคืออะไร พูดง่ายๆก็คือเป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับบีบไฟล์ข้อมูลใ ห้มีขนาดเล็กลง อืม..ยังงงอยู่ งั้นถ้าบอกว่า..ก็คล้ายๆกับโปรแกรม WinZip ล่ะ หลายคนคงร้อง อ๋อ..อ

สำหรับ WinRAR ตัวนี้ถือได้ว่า เป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพในการบีบอัดข้อมูลมากที่ สุดตัวหนึ่ง จะว่าเป็นแชมป์ในวงการเลยก็ได้ (หนังสือเล่มนึงเขาว่าไว้อย่างนั้นอ่ะ ฮี่ๆๆ) แต่ว่าใครจะเป็นแชมป์ โปรแกรมไหนดีสุด คนตัดสินก็คงเป็นผู้ใช้อย่างเราๆท่านๆ
ต่างคนก็ต่างชอบไปตามสไตล์ของตัวเอง จะให้ฟันธงไปเลยก็คงยาก

Click the image to open in full size.

อ่า..มาเข้าเรื่องดีก่าน๊ะ...
ที่นำโปรแกรมนี้มาเป็นกระทู้ เพราะมันมีลูกเล่นบางอย่างที่น่าสนใจ น่าจะเหมาะกับบรรดาเพื่อนๆที่ชอบโหลดโปรแกรมมาลองจนเ ต็มเครื่อง บางโปรแกรมโหลดมาเป็นไฟล์ setup ไฟล์เดียว.. อันนี้เราไม่สนจาย..ย ฮ่าๆๆ แต่บางโปรแกรมโหลดมาเป็นไฟล์ .zip แตกซิปออกมาได้ไฟล์อื้อเลย.. อันนี้แหละที่เราสนจาย..ย แต่ครั้นโผล่มาถ้าไม่อารัมภบทก่อน ก็เกรงว่าท่านที่ยังไม่คุ้นกับ WinRAR จะงง ก็เลยขอแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองส่วนก็แล้วกัน อิอิอิ...

ส่วนที่ 1 : จะกล่าวถึง...
- การบีบอีดข้อมูลโดยทั่วไป
- การสร้างไฟล์แบบ Self-Extract (SFX) ==> คือการบีบไฟล์แบบไม่ต้องอาศัยโปรแกรมใดๆในการแตกไฟล์ อีก
- การ Split ไฟล์ออกเป็นส่วนๆ ==> คือการแบ่งไฟล์ออกเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง เช่นแบ่งใส่แผ่น Floppy disk ฯลฯ
- การใส่ Password เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล

ส่วนที่ 2 : จะพูดจะกล่าวถึง..การนำวิธีสร้างไฟล์แบบ Self-Extract ไปประยุกต์ใช้.. ใช้ทำไร?? อิอิ..เด่วบอกจ้า

ยังมีใครตามอ่านอีกบ้างเนี่ย หรือว่าปิด'หน้านี้ไปแย้ว เฮ่อๆๆ เอ้า!!! มาเริ่มกันเลยดีก่าน๊ะ


มาเริ่มที่การบีบไฟล์แบบธรรมดาก่อนกันก่อน ก่อนอื่นก็เลือกไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการก่อน จะกี่ไฟล์กี่โฟลเดอร์ก็ได้ ...[1]
คลิ๊กขวาบริเวณไฟล์ที่ได้เลือกไว้ >> เลือก Add to archive ...[2]

Click the image to open in full size.

จากนั้นจะมาที่หน้าต่าง Archive name and parameters >> แท็บ General 

Click the image to open in full size.

คลิ๊ก Browse เพื่อเลือกว่าจะเซฟไฟล์ไว้ที่ไหน ...[1]
แต่ถ้าไม่เลือกตรงนี้ ไฟล์ที่ได้จะถูกเซฟไว้ที่เดียวกับไฟล์ต้นฉบับ (จุดสังเกตุคือที่ช่อง Archive name จะไม่มีการระบุ part ที่จะเซฟไฟล์ จะแสดงเพียงชื่อไฟล์เท่านั้น)
จากตัวอย่างนี้ไฟล์จะถูกเซฟไว้ที่.. C:\WINDOWS\Desktop\travel\rar\article (ดูรูป ### 02 ### ที่ช่องAddress)

ต่อมาก็เลือกว่าจะบีบไฟล์เป็นนามสกุลอะไร ในส่วน Archive format ...[2]
.rar >> เป็น format ที่บีบอัดข้อมูลได้มาก แต่ก็มีปัญหาหากนำไปไฟล์ไปใช้กับเครื่องที่ไม่มีโปรแ กรม WinRAR
.zip >> format นี้จะบีบข้อมูลได้น้อยกว่า .rar (เท่าที่สังเกตุมาน๊ะ ไม่ยืนยัน 100%) แต่ก็สะดวกในการนำไปไฟล์ไปใช้กับเครื่องอื่นมากกว่า เพราะมีโปรแกรมรองรับเยอะ ใน WinXP ไม่ต้องมีโปรแกรมรองรับก็สามารถเปิดไฟล์ .zip ได้เหมือนกับว่าเป็นโฟลเดอร์หนึ่งเลยทีเดียว

ถัดมาก็เลือกวิธีการบีบอัดในส่วนของ Compression method ...[3]
ข้าเจ้าคิดว่าน่าจะหมายถึงระดับการบีบอัดข้อมูลอ่ะน๊ ะ... โดยค่าปกติคือ Normal ถ้าไม่ซีเรียสอะไรก็ค่านี้แหละ แต่ถ้าใครอยากจะลองปรับเล่นดูก็ไม่ว่ากัน อิอิอิ..

เมื่อกำหนดค่าต่างๆเรียบร้อยก็คลิ๊ก OK ...[4]
ก็จะได้ไฟล์ที่บีบอัดข้อมมูลแล้วออกมา

Click the image to open in full size.

จะเห็นว่าบีบไฟล์ทีนึงนี่ยุ่งพอสมควรเลยน๊ะเนี่ย เห่ะๆๆ ที่จริงมันก็ไม่ยุ่งหรอก ถ้าเราไม่กำหนดอะไรมาก มาดูนี่ดีกว่า...

Click the image to open in full size.

เลือกไฟล์/โฟลเดอร์ที่ต้องการ.. จะกี่ไฟล์กี่กี่โฟลเดอร์ก็ได้เหมือนเดิม ...[1]
คลิ๊กขวาบริเวณไฟล์ที่ได้เลือกไว้ >> เลือก Add to "article.rar" ...[2]
เท่านี้ก็จะได้ .rar ออกมาแล้ว

มีจุดสังเกตุหน่อยนึงคือตรง "article.rar" นี่จะเปลี่ยนไปตามชื่อไฟล์/โฟลเดอร์น๊ะ คือจะเป็น Add to "(ชื่อไฟล์/โฟลเดอร์)"
เช่นถัาจะบีบไฟล์ ees_and_linux1.pdf คำสั่งก็จะเป็น Add to "ees_and_linux1.rar" แต่ถ้ามีการเลือกบีบไฟล์/โฟลเดอร์มากกว่า 1 ชื่อไฟล์/โฟลเดอร์แล้วละก็ คำสั่งจะไม่ใช่ Add to "(ชื่อไฟล์/โฟลเดอร์)" แล้ว เพราะเราเลือกไฟล์/โฟลเดอร์มากกว่า 1 นี่โปรแกรมมันเลยงงมั้ง ไม่รู้ว่าจะใช้ชื่อไฟล์/โฟลเดอร์ไหนดี ซึ่งในกรณีนี้คำสั่งจะเป็น Add to "(ชื่อโฟลเดอร์ที่เก็บ..ไฟล์/โฟลเดอร..ต้นฉบับเอาไว้)" อย่างในรูปข้าเจ้าเลือกบีบทั้งไฟล์และโฟลเดอร์ ซึ่งไฟล์และโฟลเดอร์เหล่านี้เก็บไว้ในโฟลเดอร์ article อีกที ดังนั้นคำสั่งจึงเป็น Add to "article.rar"

Self-Extract (SFX) มันคืออ่ะหยังก้..?

Click the image to open in full size.

อย่างที่บอกไปแล้วตอนต้นว่า Self-Extract เป็นการบีบไฟล์แบบที่ไม่ต้องใช้โปรแกรมอะไรในการแตกไ ฟล์อีก แค่ดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ที่ได้ทำ Self-Extract ไว้ ไฟล์ก็จะทำการแตกข้อมูลที่ได้บีบอัดไว้ออกมาให้เอง แต่มีข้อเสียตรงไฟล์ที่ได้จะมีขนาดใหญ่กว่าการบีบแบบ ธรรมดาหน่อยนึง มาเริ่มกันเลยดีกว่า...

Click the image to open in full size.

จากขั้นตอนในรูป ### 02 ### >> ที่หน้าต่าง Archive name and parameters >> แท็บ General
คลิ๊ก Browse เพื่อเลือกว่าจะเซฟไฟล์ไว้ที่ไหน หรือจะไม่เลือกก็ได้อ่ะจ้ะ อย่างที่ได้บอกไปแล้ว ...[1]
ทำเครื่องหมายที่ช่อง Create SFX archive ...[2]
คลิ๊ก OK เป็นอันเรียบร้อย ...[3]

Click the image to open in full size.

จะเห็นว่าไฟล์ที่ได้จะมีนามสกุลเป็น .exe


ไฟล์ใหญ่จัง ใส่แผ่น Floppy disk ไม่ได้ แบ่งเป็นไฟล์ย่อยๆ (Split) ดีกว่า

การ spilt ไฟล์มีประโยชน์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น spilt ไฟล์เพื่อแบ่งใส่แผ่น Floppy disk ในกรณีทีขนาดไฟล์ใหญ่กว่าความจุของแผ่น หรือถ้าใครชอบโหลดเกมส์ใหญ่ๆจาก internet มาเล่น คงจะเคยเห็นว่ามีการ split ไฟล์ออกเป็นไฟล์ย่อยๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการ Download มาดูกันดีกว่าว่าเขาทำกันอย่างไร

Click the image to open in full size.

จากขั้นตอนในรูป ### 02 ### >> ที่หน้าต่าง Archive name and parameters >> แท็บ General (อีกแล้ว)
ในส่วนของ Split to volumn, bytes เราสามารถระบุขนาดของไฟล์ที่ต้องการ split ได้จาก option ที่มีมาให้ ซึ่งก็มี

|-- 1,457,664 - 3.5" ---->> ตัวเลือกนี้สำหรับแผ่น Floopy disk
|-- 98,078k - ZIP-100 ---->> อันนี้น่าจะเป็น Zip drive มั้ง.. แห่ะๆๆ ไม่ชัวร์ๆ
|-- 650m - CD-650M ---->> สำหรับแผ่น CD ขนาด 650 MB
|-- 700m - CD-700M ---->> นี่สำหรับแผ่น CD ขนาด 700 MB
|-- Autodetect ---->> อันนี้ข้าเจ้าบ่ฮู้อ่ะ -_-''

แต่ถ้าใครอยากกำหนดขนาดของไฟล์เอง ก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ลืมว่าขนาดไฟล์ต้องมีหน่วยเป็น Byte น๊ะ โดย
1KB = 1,000 Byte
1MB = 1,000 ,000 Byte
1GB = 1,000 ,000,000 Byte 


=========================
ปล. ตรงนี้ใครจะว่าข้าเจ้าผิดก็ได้น๊ะ ไม่ว่ากัน
เพราะนี่เป็นตัวเลขที่ถือใช้ในทางปฏิบัติทั่วๆไปที่ไ ม่ต้องการความละเอียดมากนัก
เอา..ไหนๆก็พูดแล้ว ขอแทรกหน่อยนึงก็แล้วกัน ในทาง computer แล้ว...

1KB = 2 ยกกำลัง 10 = 1,024 Byte
1MB = 2 ยกกำลัง 20 = 1,048,576 Byte
1GB = 2 ยกกำลัง 30 = 1,073,741,824 Byte

นี่เป็นค่าจริงๆของหน่วย KB, MB และ GB (ในทาง computer) จะเห็นว่าตัวเลขมันจำยาก ดูวุ่นวาย และคนเราชอบอะไรที่ง่ายๆ ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมักใช้ตัวเลขในชุดแรกมากกว่า (อ่านหนังสือมาเขาว่างั้นนิ๊ อิอิอิ..)

ทีนี้ถ้าใครซื้อ Harddisk มาแล้วบอกว่ามีพื้นที่หายไปละก็ (อย่างของเรา 60GB มองเห็นราว 57GB) ลองคำนวนด้วยตัวเลขในหน่วยทาง computer ดู.. แล้วจะหายสงสัย ว่าที่หายไปน่ะมันหายไปไหน ฮิฮิฮิ...
=========================

นอกเรื่องไปนู่นแน่ะ อ้ะ..มาต่ออีกนิดนึง

Click the image to open in full size.

แต่ถ้าเราเลือก Archive format เป็น ZIP หล่ะก็จะไม่สามารถ split ไฟล์ได้น๊ะ


มาใส่ PASSWORD เพื่อความปลอดภัยกันเหอะ

Click the image to open in full size.

จากขั้นตอนตามปกติให้เราเข้ามาเพิ่มตรงส่วนนี้อ่ะจ้ะ
จากหน้าต่าง Archive name and parameters >> ให้มาที่แท็บ Advanced ...[1]
คลิ๊ก Set password ...[2]
ใส่ password ลงไป ...[3]
คลิ๊ก OK ...[4]

เท่านี้คนอื่นที่ไม่รู้ password ก็จะเปิดดูข้อมูลของเราไม่ได้แล้ว แต่ก็อย่าลืม password ซะเองก็แล้วกัน หุ..หุ..หุ..

Click the image to open in full size.

Click the image to open in full size.


ส่วนที่ 2

จบไปแล้วสำหรับส่วนที่ 1 ซึ่งเป็นการใช้งานทั่วไป ใครคุ้นอยู่แล้วก็คงง่ายหน่อย ถ้าใครมือใหม่ก็ค่อยๆทำความเข้าใจไปทีละส่วน ค่อยเป็นค่อยไปน๊ะ

เวลาใช้งานจริงๆ เราสามารถกำหนดค่าต่างๆที่โปรแกรมมีมาให้มาใช้ร่วมกั นได้ เช่น ทำ Self-Extract และใส่ password ด้วย, split ไฟล์แต่ทำเป็นแบบ Self-Extract ฯลฯ ลองเล่นดูล๊ะกัน อิอิอิ..

ทีนี้มาที่การนำวิธีสร้างไฟล์แบบ Self-Extract ไปประยุกต์ใช้กันดีก่า
เอ..ที่จริงก็ไม่ได้ประยุกต์อะไรหรอก แต่มันมีฟังก์ชั่นให้ใช้ต่างหาก หุ..หุ..หุ..
มาดูโจทย์กันก่อนดีกว่าน๊ะ...

สมมุติว่า... ไม่สมมุติดีก่า เอาเรื่องจริงๆเลยแล้วกัน
ข้าเจ้าไปโหลดไฟล์ติดตั้งของ Internet Explorer 6 SP1 for winME มาจากเว็บๆนึง เป็นไฟล์ zip (ie6sp1ME.zip) แตกซิปออกมาก็ได้ไฟล์มาชุดนึง

Click the image to open in full size.

จะเห็นว่าได้ไฟล์มาเพียบเลย ฮี่ๆๆ
การที่จะเก็บไฟล์ติดตั้งเหล่านี้ไว้ ท่านรู้สึกบ้างไหมว่ามันดูรกๆเครื่อง (ถ้าใครไม่คิดเช่นนี้ก็แล้วไป) ยิ่งถ้าใครชอบโหลดโปรแกรมมาเล่นเยอะๆ (อย่างข้าเจ้า) อาจจะรู้สึกดีไม่ดีอาจเผลอไปลบไฟล์ใดไฟล์หนึ่งเข้าโด ยไม่รู้ตัว.. ซวยเลยดิ่

บางท่านอาจว่า..ก็เก็บเป็นไฟล์ zip (ie6sp1ME.zip) ไว้สิ เวลาจะใช้ค่อยแตกไฟล์ออกมา
มันก็ใช่อ่ะน๊ะ แต่มันไม่สะดวก..มันไม่เวิร์ค..มันไม่เมคเซนต์..มันไ ม่..ไม่..ม่าย..ยย (ง่า..เริ่มบ้าแล้ววุ้ย )

จะดีกว่าไหม? ถ้าเราจะรวมไฟล์เหล่านี้เป็นไฟล์ๆเดียวเสีย แล้วดับเบิลคลิ๊กทำการติดตั้งได้เลย โดยไม่ต้องนั่งแตกซิปก่อน... ไม่ต้องเสียเวลามามองหาไฟล์เซตอัพอีก (อย่างในรูปตคือไฟล์ ie6setup.exe) มาเริ่มกันเลย...

Click the image to open in full size.

ก่อนอื่นก็ลาก mouse คลุมไฟล์ทั้งหมดก่อน (ไฟล์ที่แตกซิปออกมาน่ะ) ...[1]
แล้วก็คลิ๊กขวา เลือก Add to archive เหมือนเคย ...[2]

Click the image to open in full size.

ที่หน้าต่าง Archive name and parameters >> แท็บ General
ทำเครื่องหมายที่ช่อง Create SFX archive

Click the image to open in full size.

ต่อมาคลิ๊กที่แท็บ Advanced ...[1]
คลิ๊ก SFX options ...[2]
ก็จะมาที่หน้าต่าง Advanced SFX options
ในส่วน Setup program ที่ช่อง Run after extraction ให้ใส่ ชื่อ+นามสกุล ของไฟล์ setup ลงไป ...[3]
(ใน ตย. คือไฟล์ ie6setup.exe ดูรูปด้านบนประกอบ)


Click the image to open in full size.

ที่หน้าต่าง Advanced SFX options >> ไปที่แท็บ Modes ...[1]
ทำเครื่องหมายที่ช่อง Unpack to temporary folder ...[2]
คลิ๊ก OK ...[3]
จะกลับมาที่หน้าต่าง Archive name and parameters >> ให้คลิ๊ก OK อีกครั้ง ...[4]

Click the image to open in full size.

แล็วก็รอแป๊บนึง

Click the image to open in full size.

แล้วเราก็จะได้ไฟล์ setup ฝีมือเรา อิอิอิ..

Click the image to open in full size.

ทดลองดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ setup ที่เราทำขึ้นมาหน่อยดีกว่า หุ..หุ..หุ..
ลองสังเกตุที่ช่อง Destination folder จะเห็นว่าไฟล์ถูกแตกไปที่ C:\WINDOWS\TEMP\RarSFX0
งั้นเราลองเข้าไปดูที่ C:\WINDOWS\TEMP กันหน่อยดีกว่าน๊ะ...

Click the image to open in full size.

จากรูปจะเห็นว่าในขณะติดตั้งโปรแกรม จะมีไฟล์/โฟลเดอร์ส่วนหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาใน Temp ไฟล์ setup ทั้งหมดจะถูกแตกเก็บไว้ที่โฟล์เดอร์ RarSFX0 ส่วนไฟล์/โฟลเดอร์อื่นข้าเจ้าคิดว่าน่าจะมาจากกระบวนการบางอย่ างของโปรแกรม WinRAR เอง ซึ่งพอเราติดตั้งโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว ไฟล์ส่วนใหญ่จะถูกลบไปโดยอัตโนมัติ แต่ก็ยังเหลือไฟล์ขยะค้างอยู่ใน Temp นิดหน่อย


โหลดโปรแกรมมา..เป็นไฟล์ที่ run ได้เลย ไม่ต้อง setup

ไฟล์แบบนี้ก็ดีน๊ะ ไม่ต้องมานั่ง setup ดับเบิ้ลคลิ๊กก็ใช้ได้เลย เราเพียงแค่หาที่เก็บไฟล์ไว้ แล้วทำ shortcut ซะนิดเพื่อความสะดวก

แต่จะดีกว่าไหม? (อันนี้ไม่รู้เหมือนกัน แล้วแต่คนชอบ) ถ้าเราจะทำเป็นไฟล์ setup ดับเบิ้ลคลิ๊กไฟล์ setup ปุ๊บ ตัวโปรแกรมไฟล์ถูก copy ไปยังที่ๆต้องการ มี shortcut ให้เสร็จสรรพ...
มาดูวิธีกันดีก่า...

Click the image to open in full size.

ตย. ที่ยกมาคือโปรแกรม CPU-Z โหลดมาแล้วแตกซิป ได้ไฟล์ดังในรูป (โหลดมา > แตกซิป > ดับเบิลคลิ๊กใช้งานได้เลย.. ไม่ต้อง setup)

Click the image to open in full size.

เริ่มจากคลิ๊กขวาที่ไฟล์ cpuz.exe >> เลือก Add to archive
ทำเครื่องหมายที่ช่อง Create SFX archive
จากนั้นไปที่แท็บ Advanced ...[1]
คลิ๊กที่ SFX options ...[๒]
จะมาที่หน้าต่าง Advanced SFX options
ในส่วน Part to extract ให้เราระบุ directory ที่เราต้องการจะติดตั้งไฟล์ ...[3]

Click the image to open in full size.

ที่หน้าต่าง Advanced SFX options เหมือนเดิม >> มาที่แท็บ Advanced ...[1]
คลิ๊ก Add shortcut ...[2]
ทำเครื่องหมายที่ Start Menu/Programs เพื่อกำหนดให้มีการสร้าง shortcut ที่ Start Menu/Programs ...[3]
กำหนดรายละเอียดของ shortcut ในตย. นี้ต้องการทำ shortcut ของไฟล์ cpuz.exe ดูรูปเลยแล้วกัน ...[4]
แล้วก็คลิ๊ก OK เพื่อตกลง ...[5]


Click the image to open in full size.

คลิ๊ก Add shortcut อีกครั้งหนึ่ง ...[1]
ทำเครื่องหมายที่ Start Menu เพื่อกำหนดให้มีการสร้าง shortcut ที่ Start Menu ...[2]
กำหนดรายละเอียดของ shortcut ดูตามรูปเหมือนเดิม ...[3]
คลิ๊ก OK เพื่อตกลง ...[4]

Click the image to open in full size.

สรุปแล้วจะมีการสร้าง shortcut อยู่สองที่คือ
- Start Menu/Programs
- Start Menu

แต่จากรูปด้านบน เราสามารถกำหนดให้สร้าง shortcut ไว้ที่ Desktop และ Startup ได้ด้วย

Click the image to open in full size.

จากนั้นมาที่แท็บ Text and icon ...[1]
ในส่วน Title of SFX window และ Text to display in SFX window ลองพิมพ์อะไรเล่นๆลงไปก็ได้ ...[2]
ในส่วน Customize SFX icon เราสามารถเลือก icon ให้กับไฟล์ setup ได้ ...[3]
นี่ข้าเจ้าเลือก icon รูปผีในเกมส์ super mario มา (ทำ mario เดี้ยงไปหลาย ฮี่ๆๆ) จัดการ OK ซะ ...[4]
แล้วจะกลับไปที่หน้าต่าง Archive name and parameters อีกครั้ง ก็ OK อีกทีนึง ...[5]

รอแป๊บนึง...
แล้วเราก็จะได้ไฟล์ setup ฝีมือเราเองมาอีกหนึ่ง หุ..หุ..หุ..

Click the image to open in full size.

ก็ทดลอง setup ดูซะหน่อย ทดสอบว่าใช้งานได้ไหม

Click the image to open in full size.

จะเห็นว่าโปรมถูกติดตั้งตาม part ที่เราได้กำหนดเอาไว้ คือที่ C:\Prompt\CPU-Z

Click the image to open in full size.

ส่วน shortcut ก็เป็นไปตามที่เราได้ตั้งค่าไว้ ฮี่ๆๆ

อ่าาา..จบซะที เรื่องโปรแกรม WinRAR ยาวซะ..ฮี่ๆๆ
ไหนๆก็ยาวแล้ว ขอทิ้งท้ายสักนิดนึงน๊ะ...

คือไฟล์บางนามสกุล บาง format จัดได้ว่าเป็นไฟล์ที่มีการบีบอัดข้อมูลไว้อยู่แล้ว การนำไฟล์ประเภทนั้นมาบีบอัดข้อมูลด้วยโปรแกรมพวก WinZip, WinRAR อีก.. ไม่มีประโยชน์ ยังไงก็บีบไม่ลง ถึงบีบได้ก็เพียงน้อยนิด ดีไม่ดีไฟล์ที่บีบมากลับมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ต้นฉบับเส ียอีก

ไฟล์ที่ว่าได้แก่ไฟล์ประเภท
- audio (mp3, ogg, wma, ect.)
- video (mpg, avi, wmv, ect.)
- ไฟล์รูปภาพ (jpg, gif, png, ect.) เป็นต้น
(( แต่ไฟล์รูปภาพเท่าที่ได้ทดสอบ บางไฟล์ก็บีบได้เยอะพอสมควร อย่างไฟล์ .bmp ))
(( ตรงนี้คงขึ้นอยู่กับ quality ของภาพนั้นๆ... ในความคิดของข้าเจ้าน๊ะ ไม่รู้ใช่ป่าว? ))

เพราะยังมีอีกหลายท่านที่เข้าใจ "ผิด" คิดว่าโปรแกรมอย่าง WinZip, WinRAR สามารถบีบไฟล์อะไรก็ได้หมด อย่างคนใกล้ๆเลย..เพื่อนข้าเจ้า จะให้บีบไฟล์ mp3 ลงเแผ่น Floppy disk แผ่นเดียว เฮ่อๆๆ

สุดท้ายนี้อยากจะฝากไว้ว่า..สิ่งที่ได้นำมาบอกเล่าสู ่กันฟัง ล้วนมาจากประสบการณ์ อาจจะมีผิดพลั้งบ้าง ต้องขออภัย...
หากมีผู้เยี่ยมยุทธท่านใดได้พาลพบจุดผิดพลาดเหล่านั้ น โปรดช่วยชี้แนะด้วย เพื่อที่จะได้เป็นประโยชน์แก่ท่านอื่นๆ..รวมทั้งตัวข ้าเจ้าเองด้วย
อีกทั้งการอธิบายในแต่ละส่วนอาจไม่ดีนัก เพราะข้าเจ้าไร้ความสามารถในการเรียบเรียงเนื้อหา ซึ่งหากตรงไหนอธิบายไม่กระจ่าง ก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยเจ้า..าา.า




+++++

เพิ่มเติม

ผมขอแนะนำอะไรอีกนิดนึงครับ ตอนบีบอัด เพื่อให้บีบอัดได้มากที่สุด

Click the image to open in full size.

1. ตรงนี้นะครับ ควรติ๊กไว้เพื่อให้สร้าง solid archive ซึ่งผลที่ตามมาก็คือ บีบอัดได้ดีกว่า และมากกว่าครับ
2. แปลตามตัวก็คือ วิธีการบีบอัด ซึ่งมันก็หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ ถ้าเลือก Best ก็คือบีบอัดได้ดีที่สุด แต่ถ้าเลือก Store ก็คือเก็บเฉยๆครับ ที่เหลือก็คงจะสามารถแปลเองได้นะครับ ที่แนะนำนี่อย่าคิดว่าเป็นการทับถมเลยนะครับ แค่อยากช่วยแนะนำอะไรเพิ่มเติมเท่านั้นเอง


แนะนำอะไรอีกนิดนะครับ
ใน Advanced SFX Options แท็บ Modules น่ะครับ เป็นแบบนี้ใช่ไหมครับ

Click the image to open in full size.

ทีนี้ลอง Extract ไฟล์ setup ภาษาไทยของ winrar มาซิครับ

Click the image to open in full size.

ก็อปไฟล์ .sfx ไปที่ไดเร็คทอรี่ที่ติดตั้ง winrar ครับ

Click the image to open in full size.

ต่อมาลองเข้าไปในแท็บ Modules อีกครั้ง

Click the image to open in full size.

และลองบีบอัดไฟล์ดู นั่นไง! เป็นภาษาไทยแล้ว

Click the image to open in full size.




แหล่งอ้างอิง
http://www.xirbit.com/html/programs/winrar/pack.htmlhttp://www.justusers.net/
http://www.zone-it.com/stocks/data/13/13711.html

วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Opera นวัตกรรมอีกขั้น ของ Web Browser

Opera คืออะไร Opera เป็นเบราเซอร์แบบ All-in-one คือมีทุกอย่างมาให้ครบถ้วนในตัวมัน (มีทั้ง Email Client, IRC client, Feed Reader, BitTorrent และยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากมาย) Opera เป็นอีกหนึ่ง web browser คล้ายๆ กับ Internet Explorer และ Firefox โดยเดิมที opera เป็น เพียง project หนึ่งเท่านั้น ต่อมาในปี 1995 จึงได้ออกมาก่อตั้งบริษัท ทำเบราเซอร์ขายOpera นั้นเป็น browser ที่โดดเด่นเสมอมา เนื่องด้วยฟังก์ชันที่ก้าวล้ำนำหน้าคนอื่น ความปลอดภัยสูง รวมไปถึงความเร็วสูงด้วย จนในช่วงหนึ่ง Opera ถึงกับโฆษณาว่าเป็น The Fastest Browser เลยทีเดียว

เมื่อก่อนนั้น Opera ไม่ใช่โปรแกรมแจกฟรี แต่จะคิดเงินแก่ผู้ที่ต้องการใช้ อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ Opera สามารถแจกตัวโปรแกรมฟรีได้ตั้งแต่เวอร์ชัน 8 จะหาโปรแกรมได้ที่ไหน

ตัวโปรแกรมสามารถดาว์นโหลดได้ฟรีที่ http://www.opera.comนอกจากเวอร์ชันของ Windows แล้ว ยังมีเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการอื่นๆ รวมไปถึงสำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กต่างๆ อีกด้วย ซึ่งสามารถดาว์นโหลดได้จากhttp://www.opera.com/download/index.dml?custom=yes 


ลักษณะของ Opera web Browser



ข้อดีของ Opera 
1. เร็ว – เป็น web Brower ที่มีความเร็วมาก ถ้าหากเทียบกับพวก browser รุ่นก่อนๆ เช่น Firefox 1 หรือ IE6 ถือได้ว่ามีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Opera ยังใช้ core เป็นตัวเวอร์ชัน 9 ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาเวอร์ชัน 10 เพื่อออกมาแข่งกับ IE7 โดยตรง ซึ่งน่าจะเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
 
2. ปลอดภัย - Opera ถูกจัดอันดับให้เป็น browser ที่มีช่องโหว่น้อยที่สุด น้อยกว่าครึ่งนึงของช่องโหว่ใน firefox และก็เป็น browser ที่มีการอัพเดตเร็ว จึงทำให้หมดกังวลเรื่องความปลอดภัย
 คุณสมบัติประเภท pop-up blocking นั้น opera ก็เป็นเจ้าแรกที่นำมาใช้ 
3. ฟังก์ชันมากมาย - ใน Opera มีทั้ง download manager, bittorrent client, RSS feeder, email client, chat client และอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึง ยังสามารถเพิ่มเติมผ่าน widgets ได้ด้วย

4. ฟรี - สามารถดาว์นโหลดได้ฟรีที่ http://www.opera.com 
5. กินทรัพยากรเครื่องน้อย

6. มี irc 
7. มี download manager
 
8. support html css ตามมาตรฐาน W3C
 

ข้อเสียของ Opera

1. เปิดช้า กิน memory เยอะ 
2. มี bug ตอน redraw window size
 
3. strict เรื่อง security มาก
 
4. ไม่ support web ที่ต้องเป็น IE เท่านั้นโดยเฉพาะแม้ว่าจะ identify self as IE แล้วก็ตาม
 
5. มักจะแสดงหน้าเว็บแบบขาด ๆ เกิน ๆ (โดยเฉพาะเว็บที่ซับซ้อนมาก ๆ)
 

แนะนำฟังก์ชันพื้นฐาน

- Tabbed Browsing เมื่อเปิดหน้าเว็บเพจเป็น Tab ซึ่งตอนนี้จะโดน firefox และ IE ก็อปไปใช้เป็นที่เรียบร้อย ในเวอร์ชันแรกๆ ใช้คีย์ลัด Ctrl+N ในการเปิด tab ใหม่ แต่ในเวอร์ชันหลังๆ รวมไปถึงตัวล่าสุด จะใช้ปุ่ม Ctrl+T แทน อย่างไรก็ตาม เวลาเราเปิดลิงค์ต่างๆ Opera จะเปิดเป็น tab ใหม่ให้ ไม่ได้เป็นหน้าต่างใหม่ เหมือน firefox หรือ IE
- Download Manager เมื่อเราคลิกดาว์นโหลดไฟล์ Opera จะถามถึงตำแหน่งที่ต้องการ save ไฟล์ จากนั้นจะเปิด download manager ขึ้นมา (เรียกว่าหน้า transfer) ซึ่งในหน้านี้จะบอกถึงไฟล์ที่กำลังดาว์นโหลดอยู่ รวมถึงที่ดาว์นโหลดเสร็จไปแล้ว สถานะการดาว์นโหลด ความเร็วในการดาว์นโหลด ที่สำคัญคือเรายังสามารถ pause/resume ได้อีกต่างหากด้วย 
- Bittorrent Client
 เหมือนกับเวลาเราดาวน์โหลดไฟล์ปกติ เมื่อเราคลิกบนลิงค์ .torrent ตัว Opera จะถามถึงตำแหน่งที่ต้องการเซฟไฟล์ แล้วเริ่มการดาว์นโหลด torrent โดยอัตโนมัติ 
- RSS Feeder
 RSS ย่อมาจาก Really Simple Syndicate เป็นบริการที่ทำให้เราสามารถอัพเดตข้อมูลข่าวสารได้ โดยไม่ต้องเมื่อยตุ้มถ่อสังขารเข้าไปถึงหน้าเว็บไซต์นั้นๆ วิธีการก็แสนง่าย คือเว็บใดก็ตามที่มีบริการ RSS ก็จะปรากฏสัญลักษณ์ RSS อยู่ตรงแถบ URL ของเว็บนั้นๆ เพียงแค่เราคลิกบนไอคอน RSS แล้วตอบตกลง ข่าวสารต่างๆ ที่อัพเดตในเว็บไซต์ก็จะถูกส่งตรงมายังเครื่องเราทันที เราสามารถอ่าน RSS ได้ผ่านทางเมนู Feeds > Read Feeds 
- ใช้ mouse ในการท่องเว็บ
 ถ้าเราคลิกขวาค้างไว้ แล้วคลิกซ้าย จะกลายเป็นการย้อนกลับไปหน้าเว็บเดิม (back) ส่วนถ้าคลิกซ้ายค้างไว้ แล้วคลิกขวา จะเป็นการ forward เมาส์หลายๆ รุ่นที่มีปุ่มเฉพาะ ก็สามารถนำมาใช้กับ opera ได้ด้วย การติดตั้งโปรแกรมช่วย Download ให้ใช้งานร่วมกับ Opera 
- การติดตั้งโปรแกรมช่วย Download ให้ใช้งานร่วมกับ Opera
 ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญของ Opera Browser ก็คือ ไม่สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมช่วย Download ต่างๆได้ทันทีหลังจากติดตั้งเสร็จ เหมือน Internet Explorer ต้องอาศัย Plugin ของโปรแกรมช่วย Download นั้นๆ เข้ามาช่วย... วิธีนี้จะเป็นการทำให้ Opera นั้นสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมช่วย Download เวลา Net ตัดหรือถึงเวลาต้องปิด Computer จะได้กลับมา Download กันใหม่ในภายหลังได้ ซึ่งโปรแกรมที่ผมจะแนะนำให้ใช้ก็คือโปรแกรมที่ชื่อว่า Free Download Manager(FDM) ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาคอยหายาแก้ไอ(Crack)หรือลบ Banner กันให้ยุ่งยาก สามารถ Download ได้ที่ Free Download Manager หลังจากติดตั้งโปรแกรมที่ว่าเสร็จ พอเปิดโปรแกรมก็จะมี Icon เล็กๆมาตรง Taskbar ด้านล่าง  นี่คือรูปร่างหน้าตาของโปรแกรม ก็คล้ายๆกับโปรแกรมช่วย Download


ทั่วๆไป เริ่มต้น ด้วยการกดที่ปุ่มรูปเฟือง เพื่อเข้าสู่เมนู Download Option จากนั้นไปที่ Tab Monitoring จะเห็นรายชื่อ Browser ต่างๆมากมายที่โปรแกรม FDM นี้รองรับ ซึ่งแน่นอนรวมถึง Opera ด้วยก็ให้กดติ๊กถูกที่หน้า Opera 6.x-9.x ดังรูป


แล้ว กด Ok แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อ

สำหรับในส่วนของ FDM
 การติดตั้ง Plugin นั้นเพียงแค่ติ๊กถูกก็สามารถทำได้แล้วต่างจากโปรแกรมตัวอื่นที่ต้องอาศัยการ Download Plugin มาติดตั้ง แถมยังต้องทำให้ตัวโปรแกรมมองหา Plugin ให้เจออีก ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากเล็กน้อย ต่อมามาต่อกันในส่วนของทางด้าน Opera ให้เปิดหน้า Opera ขึ้นมา 1 หน้า จากนั้นไปที่ Tools -->Preferences หรือจะกด Crtl+F12 ก็ได้



เราจะได้หน้า Preferences เปิดขึ้นมา ให้ที่ Tab ริมสุดคือ Advanced จะเห็นเมนูทางด้านซ้าย ให้เลือกที่เมนู Downloads จากนั้นให้เอาติ๊กถูกที่หน้า Hide file types opened with opera ออก ก็จะเห็นนามสกุลต่างๆของไฟล์ชนิดต่างๆ(ในกรอบสี่เหลี่ยม)



จากนั้นให้เราดับเบิ้ลคลิกที่ชนิดของไฟล์ที่เราใช้ Download อยู่บ่อยๆ เช่น .exe , .zip , .rar ฯลฯ จะได้หน้า File type โผล่ขึ้นมา(บางที่จะเรียกว่าการ set MIME) ให้กดเลือกที่ Use Plug-in ซึ่งจะมี Plugin ของ FDM มารออยู่แล้ว ดังรูป แล้วกด Ok


ส่วนถ้าไฟล์ชนิืดไหน ดับเบิ้ลคลิกขึ้นมาแล้วช่อง Use Plug-in ขึ้นเป็นว่างๆแบบนี้ แสดงว่าไฟล์ชนิดนั้นไม่รองรับการ Download ผ่านโปรแกรมช่วย



แต่ก็สามารถ Download แบบ Basic ผ่าน Opera ได้เหมือนเดิม เมื่อเรา Set MIME เรียบร้อย ก็ปิด Opera แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คราวนี้เราก็จะ Download ไฟล์ต่างๆผ่านโปรแกรมช่วย Download ได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าไฟจะดับหรือต้องปิดคอมก่อนทั้งที่ยังดาวน์โหลดไม่เสร็จอีกแล้ว โปรแกรม FDM นี้ยังมี Option ในส่วนของ Schedulerคือการตั้งเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆภายในเครื่อง อยากรู้ว่าทำอะไรได้บ้าง ลองไปที่ tab Scheduler แล้วกด Add Task 10 comment



- การปรับแต่ง Opera ให้รองรับภาษาไทย Opera ถือเป็น Browser ที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และไม่ยุ่งยากในการติดตั้งหรือใช้งาน เนื่องจากเป็น Browser ที่ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นการปรับแต่ง Opera ให้ใช้งานภาษาไทยให้ได้ผลดีนั้น จึงมีขั้นตอนที่ไม่มากนัก เริ่มจากเปิดหน้า Opera ขึ้นมา 1 หน้า แล้วไปที่ Tools -->Preferences หรือจะกด Crtl+F12 ก็ได้


จากนั้นเราก็จะได้หน้า Preferences เปิดขึ้นมา ที่เมนูเกี่ยวกับภาษาด้านล่าง ให้เรากด Details ดังรูป



ใน Opera version ใหม่ๆ เมื่อติดตั้งเสร็จ ตัว Browser จะทำการ Add ภาษาไทยเข้ามาให้แล้ว สังเกตได้จาก Thai[th] ที่อยู่ต่อจาก English[en] แต่ถ้าหากใครยังติดใจ version เก่าอยู่ แล้วมีเพียง English[en] อยู่ในหน้าต่างตรงกลางเพียงตัวเีดียว ก็สามารถกดปุ่ม Add... แล้วเพิ่ม Thai[th] เข้าไปเองได้ครับ ส่วนที่ Encoding ด้านล่าง ก็ให้เลือกเป็น iso-8859-11 ดังรูป



จากนั้นไปที่ Tab - Web pages เปลี่ยน font ให้เป็น Tahoma ทั้ง 2 แห่ง



เพียงเท่านี้ Opera ก็สามารถใช้แสดงผลภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Opera และ Internet Explorer 

เมื่อใช้ Opera
 สิ่งที่ต่างจาก IE ก็คือใช้ ActiveX ไม่ได้ (พวกกดเริ่มเกมจากหน้าเว็บ) แต่พวกคอมโพเนนท์ที่เป็น WMP (พวกวิทยุหน้าเว็บ) จะใช้ได้ทันที แถมคลิกขวาเลือก properties เพื่อดู URL ได้ ไม่โดนล็อคแบบ IE ด้วย อย่างเดียวที่เจอว่าต้องลงเพิ่มก็คือ Flash (หรือถ้าจะใช้จาวาก็ลง Java เพิ่ม) ซึ่งถ้าเข้าไปที่เว็บที่ใช้คอมโพเนนท์พวกนี้ก็จะร้องเตือนให้โหลดเอง

เปรียบเทียบรูปแบบ ของ Opera และ Internet Explorer เมื่อเข้า เว็บเดียวกันInternet Explorer Opera เมื่อยังไม่ติดตั้ง plug-in Opera

Internet explorer


Opera


เมื่อติดตั้ง Plug-in แล้ว



แหล่งที่มา