วันอังคารที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Opera นวัตกรรมอีกขั้น ของ Web Browser

Opera คืออะไร Opera เป็นเบราเซอร์แบบ All-in-one คือมีทุกอย่างมาให้ครบถ้วนในตัวมัน (มีทั้ง Email Client, IRC client, Feed Reader, BitTorrent และยังมีลูกเล่นอื่น ๆ อีกมากมาย) Opera เป็นอีกหนึ่ง web browser คล้ายๆ กับ Internet Explorer และ Firefox โดยเดิมที opera เป็น เพียง project หนึ่งเท่านั้น ต่อมาในปี 1995 จึงได้ออกมาก่อตั้งบริษัท ทำเบราเซอร์ขายOpera นั้นเป็น browser ที่โดดเด่นเสมอมา เนื่องด้วยฟังก์ชันที่ก้าวล้ำนำหน้าคนอื่น ความปลอดภัยสูง รวมไปถึงความเร็วสูงด้วย จนในช่วงหนึ่ง Opera ถึงกับโฆษณาว่าเป็น The Fastest Browser เลยทีเดียว

เมื่อก่อนนั้น Opera ไม่ใช่โปรแกรมแจกฟรี แต่จะคิดเงินแก่ผู้ที่ต้องการใช้ อย่างไรก็ตาม ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ Opera สามารถแจกตัวโปรแกรมฟรีได้ตั้งแต่เวอร์ชัน 8 จะหาโปรแกรมได้ที่ไหน

ตัวโปรแกรมสามารถดาว์นโหลดได้ฟรีที่ http://www.opera.comนอกจากเวอร์ชันของ Windows แล้ว ยังมีเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการอื่นๆ รวมไปถึงสำหรับอุปกรณ์ขนาดเล็กต่างๆ อีกด้วย ซึ่งสามารถดาว์นโหลดได้จากhttp://www.opera.com/download/index.dml?custom=yes 


ลักษณะของ Opera web Browser



ข้อดีของ Opera 
1. เร็ว – เป็น web Brower ที่มีความเร็วมาก ถ้าหากเทียบกับพวก browser รุ่นก่อนๆ เช่น Firefox 1 หรือ IE6 ถือได้ว่ามีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Opera ยังใช้ core เป็นตัวเวอร์ชัน 9 ซึ่งตอนนี้กำลังพัฒนาเวอร์ชัน 10 เพื่อออกมาแข่งกับ IE7 โดยตรง ซึ่งน่าจะเร็วยิ่งขึ้นไปอีก
 
2. ปลอดภัย - Opera ถูกจัดอันดับให้เป็น browser ที่มีช่องโหว่น้อยที่สุด น้อยกว่าครึ่งนึงของช่องโหว่ใน firefox และก็เป็น browser ที่มีการอัพเดตเร็ว จึงทำให้หมดกังวลเรื่องความปลอดภัย
 คุณสมบัติประเภท pop-up blocking นั้น opera ก็เป็นเจ้าแรกที่นำมาใช้ 
3. ฟังก์ชันมากมาย - ใน Opera มีทั้ง download manager, bittorrent client, RSS feeder, email client, chat client และอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึง ยังสามารถเพิ่มเติมผ่าน widgets ได้ด้วย

4. ฟรี - สามารถดาว์นโหลดได้ฟรีที่ http://www.opera.com 
5. กินทรัพยากรเครื่องน้อย

6. มี irc 
7. มี download manager
 
8. support html css ตามมาตรฐาน W3C
 

ข้อเสียของ Opera

1. เปิดช้า กิน memory เยอะ 
2. มี bug ตอน redraw window size
 
3. strict เรื่อง security มาก
 
4. ไม่ support web ที่ต้องเป็น IE เท่านั้นโดยเฉพาะแม้ว่าจะ identify self as IE แล้วก็ตาม
 
5. มักจะแสดงหน้าเว็บแบบขาด ๆ เกิน ๆ (โดยเฉพาะเว็บที่ซับซ้อนมาก ๆ)
 

แนะนำฟังก์ชันพื้นฐาน

- Tabbed Browsing เมื่อเปิดหน้าเว็บเพจเป็น Tab ซึ่งตอนนี้จะโดน firefox และ IE ก็อปไปใช้เป็นที่เรียบร้อย ในเวอร์ชันแรกๆ ใช้คีย์ลัด Ctrl+N ในการเปิด tab ใหม่ แต่ในเวอร์ชันหลังๆ รวมไปถึงตัวล่าสุด จะใช้ปุ่ม Ctrl+T แทน อย่างไรก็ตาม เวลาเราเปิดลิงค์ต่างๆ Opera จะเปิดเป็น tab ใหม่ให้ ไม่ได้เป็นหน้าต่างใหม่ เหมือน firefox หรือ IE
- Download Manager เมื่อเราคลิกดาว์นโหลดไฟล์ Opera จะถามถึงตำแหน่งที่ต้องการ save ไฟล์ จากนั้นจะเปิด download manager ขึ้นมา (เรียกว่าหน้า transfer) ซึ่งในหน้านี้จะบอกถึงไฟล์ที่กำลังดาว์นโหลดอยู่ รวมถึงที่ดาว์นโหลดเสร็จไปแล้ว สถานะการดาว์นโหลด ความเร็วในการดาว์นโหลด ที่สำคัญคือเรายังสามารถ pause/resume ได้อีกต่างหากด้วย 
- Bittorrent Client
 เหมือนกับเวลาเราดาวน์โหลดไฟล์ปกติ เมื่อเราคลิกบนลิงค์ .torrent ตัว Opera จะถามถึงตำแหน่งที่ต้องการเซฟไฟล์ แล้วเริ่มการดาว์นโหลด torrent โดยอัตโนมัติ 
- RSS Feeder
 RSS ย่อมาจาก Really Simple Syndicate เป็นบริการที่ทำให้เราสามารถอัพเดตข้อมูลข่าวสารได้ โดยไม่ต้องเมื่อยตุ้มถ่อสังขารเข้าไปถึงหน้าเว็บไซต์นั้นๆ วิธีการก็แสนง่าย คือเว็บใดก็ตามที่มีบริการ RSS ก็จะปรากฏสัญลักษณ์ RSS อยู่ตรงแถบ URL ของเว็บนั้นๆ เพียงแค่เราคลิกบนไอคอน RSS แล้วตอบตกลง ข่าวสารต่างๆ ที่อัพเดตในเว็บไซต์ก็จะถูกส่งตรงมายังเครื่องเราทันที เราสามารถอ่าน RSS ได้ผ่านทางเมนู Feeds > Read Feeds 
- ใช้ mouse ในการท่องเว็บ
 ถ้าเราคลิกขวาค้างไว้ แล้วคลิกซ้าย จะกลายเป็นการย้อนกลับไปหน้าเว็บเดิม (back) ส่วนถ้าคลิกซ้ายค้างไว้ แล้วคลิกขวา จะเป็นการ forward เมาส์หลายๆ รุ่นที่มีปุ่มเฉพาะ ก็สามารถนำมาใช้กับ opera ได้ด้วย การติดตั้งโปรแกรมช่วย Download ให้ใช้งานร่วมกับ Opera 
- การติดตั้งโปรแกรมช่วย Download ให้ใช้งานร่วมกับ Opera
 ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญของ Opera Browser ก็คือ ไม่สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมช่วย Download ต่างๆได้ทันทีหลังจากติดตั้งเสร็จ เหมือน Internet Explorer ต้องอาศัย Plugin ของโปรแกรมช่วย Download นั้นๆ เข้ามาช่วย... วิธีนี้จะเป็นการทำให้ Opera นั้นสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมช่วย Download เวลา Net ตัดหรือถึงเวลาต้องปิด Computer จะได้กลับมา Download กันใหม่ในภายหลังได้ ซึ่งโปรแกรมที่ผมจะแนะนำให้ใช้ก็คือโปรแกรมที่ชื่อว่า Free Download Manager(FDM) ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องมาคอยหายาแก้ไอ(Crack)หรือลบ Banner กันให้ยุ่งยาก สามารถ Download ได้ที่ Free Download Manager หลังจากติดตั้งโปรแกรมที่ว่าเสร็จ พอเปิดโปรแกรมก็จะมี Icon เล็กๆมาตรง Taskbar ด้านล่าง  นี่คือรูปร่างหน้าตาของโปรแกรม ก็คล้ายๆกับโปรแกรมช่วย Download


ทั่วๆไป เริ่มต้น ด้วยการกดที่ปุ่มรูปเฟือง เพื่อเข้าสู่เมนู Download Option จากนั้นไปที่ Tab Monitoring จะเห็นรายชื่อ Browser ต่างๆมากมายที่โปรแกรม FDM นี้รองรับ ซึ่งแน่นอนรวมถึง Opera ด้วยก็ให้กดติ๊กถูกที่หน้า Opera 6.x-9.x ดังรูป


แล้ว กด Ok แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อ

สำหรับในส่วนของ FDM
 การติดตั้ง Plugin นั้นเพียงแค่ติ๊กถูกก็สามารถทำได้แล้วต่างจากโปรแกรมตัวอื่นที่ต้องอาศัยการ Download Plugin มาติดตั้ง แถมยังต้องทำให้ตัวโปรแกรมมองหา Plugin ให้เจออีก ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากเล็กน้อย ต่อมามาต่อกันในส่วนของทางด้าน Opera ให้เปิดหน้า Opera ขึ้นมา 1 หน้า จากนั้นไปที่ Tools -->Preferences หรือจะกด Crtl+F12 ก็ได้



เราจะได้หน้า Preferences เปิดขึ้นมา ให้ที่ Tab ริมสุดคือ Advanced จะเห็นเมนูทางด้านซ้าย ให้เลือกที่เมนู Downloads จากนั้นให้เอาติ๊กถูกที่หน้า Hide file types opened with opera ออก ก็จะเห็นนามสกุลต่างๆของไฟล์ชนิดต่างๆ(ในกรอบสี่เหลี่ยม)



จากนั้นให้เราดับเบิ้ลคลิกที่ชนิดของไฟล์ที่เราใช้ Download อยู่บ่อยๆ เช่น .exe , .zip , .rar ฯลฯ จะได้หน้า File type โผล่ขึ้นมา(บางที่จะเรียกว่าการ set MIME) ให้กดเลือกที่ Use Plug-in ซึ่งจะมี Plugin ของ FDM มารออยู่แล้ว ดังรูป แล้วกด Ok


ส่วนถ้าไฟล์ชนิืดไหน ดับเบิ้ลคลิกขึ้นมาแล้วช่อง Use Plug-in ขึ้นเป็นว่างๆแบบนี้ แสดงว่าไฟล์ชนิดนั้นไม่รองรับการ Download ผ่านโปรแกรมช่วย



แต่ก็สามารถ Download แบบ Basic ผ่าน Opera ได้เหมือนเดิม เมื่อเรา Set MIME เรียบร้อย ก็ปิด Opera แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คราวนี้เราก็จะ Download ไฟล์ต่างๆผ่านโปรแกรมช่วย Download ได้โดยที่ไม่ต้องกลัวว่าไฟจะดับหรือต้องปิดคอมก่อนทั้งที่ยังดาวน์โหลดไม่เสร็จอีกแล้ว โปรแกรม FDM นี้ยังมี Option ในส่วนของ Schedulerคือการตั้งเวลาในการทำกิจกรรมต่างๆภายในเครื่อง อยากรู้ว่าทำอะไรได้บ้าง ลองไปที่ tab Scheduler แล้วกด Add Task 10 comment



- การปรับแต่ง Opera ให้รองรับภาษาไทย Opera ถือเป็น Browser ที่มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และไม่ยุ่งยากในการติดตั้งหรือใช้งาน เนื่องจากเป็น Browser ที่ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นการปรับแต่ง Opera ให้ใช้งานภาษาไทยให้ได้ผลดีนั้น จึงมีขั้นตอนที่ไม่มากนัก เริ่มจากเปิดหน้า Opera ขึ้นมา 1 หน้า แล้วไปที่ Tools -->Preferences หรือจะกด Crtl+F12 ก็ได้


จากนั้นเราก็จะได้หน้า Preferences เปิดขึ้นมา ที่เมนูเกี่ยวกับภาษาด้านล่าง ให้เรากด Details ดังรูป



ใน Opera version ใหม่ๆ เมื่อติดตั้งเสร็จ ตัว Browser จะทำการ Add ภาษาไทยเข้ามาให้แล้ว สังเกตได้จาก Thai[th] ที่อยู่ต่อจาก English[en] แต่ถ้าหากใครยังติดใจ version เก่าอยู่ แล้วมีเพียง English[en] อยู่ในหน้าต่างตรงกลางเพียงตัวเีดียว ก็สามารถกดปุ่ม Add... แล้วเพิ่ม Thai[th] เข้าไปเองได้ครับ ส่วนที่ Encoding ด้านล่าง ก็ให้เลือกเป็น iso-8859-11 ดังรูป



จากนั้นไปที่ Tab - Web pages เปลี่ยน font ให้เป็น Tahoma ทั้ง 2 แห่ง



เพียงเท่านี้ Opera ก็สามารถใช้แสดงผลภาษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข้อเปรียบเทียบระหว่าง Opera และ Internet Explorer 

เมื่อใช้ Opera
 สิ่งที่ต่างจาก IE ก็คือใช้ ActiveX ไม่ได้ (พวกกดเริ่มเกมจากหน้าเว็บ) แต่พวกคอมโพเนนท์ที่เป็น WMP (พวกวิทยุหน้าเว็บ) จะใช้ได้ทันที แถมคลิกขวาเลือก properties เพื่อดู URL ได้ ไม่โดนล็อคแบบ IE ด้วย อย่างเดียวที่เจอว่าต้องลงเพิ่มก็คือ Flash (หรือถ้าจะใช้จาวาก็ลง Java เพิ่ม) ซึ่งถ้าเข้าไปที่เว็บที่ใช้คอมโพเนนท์พวกนี้ก็จะร้องเตือนให้โหลดเอง

เปรียบเทียบรูปแบบ ของ Opera และ Internet Explorer เมื่อเข้า เว็บเดียวกันInternet Explorer Opera เมื่อยังไม่ติดตั้ง plug-in Opera

Internet explorer


Opera


เมื่อติดตั้ง Plug-in แล้ว



แหล่งที่มา

4 ความคิดเห็น:

  1. เนื้อหาใช้ได้ค่ะรายละเอียดครบถ้วน
    แต่ตัวอักษรเล็กไป

    ตอบลบ
  2. เนื้อหาเยอะดี รายละเอียดมีสาระดีคะ

    ตอบลบ
  3. เพิ่งจะรู้นะเนี้ย ว่าใช้งานได้มากกว่าที่เราคิด

    ตอบลบ
  4. เนื้อหาดี มีประโยชน์ แต่การจัดวางข้อความค่อนข้างอ่านเข้าใจยาก

    ตอบลบ